ดูแบบคำตอบเดียว
เก่า 03-01-2014   #1
Knooch C
Senior Member
 
Knooch C's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2012
ข้อความ: 120
ถ่ายทอดพลัง: 77
คะแนนหรอย: 57
Default 10 เทคโนโลยีที่(น่า)มาแรงในปีนี้ 2014 หรือ 2557

10 เทคโนโลยีที่(น่า)มาแรงในปีนี้ 2014 หรือ 2557

ท่ามกลางเทคโนโลยีมากมายที่ ถูกพัฒนาขึ้นโดยค่ายไอทีทั่วโลก วันนี้กระแสนิยมและแนวโน้มการใช้งานของผู้บริโภคชี้ว่ามีเพียง 10 เทคโนโลยีเท่านั้นที่ทอรัศมีโดดเด่นเกินใคร จนเหมาะต่อการขึ้นทำเนียบเทรนด์เทคโนโลยีมาแรงปี 2557 โดยส่วนหนึ่งของ Top 10 Tech Trend ปีนี้ประกอบด้วยเทคโนโลยีสวมใส่ได้ (Wearable), เครื่องพิมพ์ 3 มิติ (3D printer), การชำระเงินผ่านอุปกรณ์พกพา (mobile money) รวมถึงหลายเทคโนโลยีที่จะทำให้วงการไอทีปีม้าทองเป็นปีที่มีสีสันยิ่งกว่า ที่โลกเคยเห็น

10 เทรนด์เทคโนโลยีมาแรงปี 2557 นี้เป็นผลงานการวิเคราะห์ของบริษัทวิจัยจูนิเปอร์ (Juniper) ซึ่งนำข้อมูลแหล่งข่าววงในมาวิเคราะห์ร่วมกับแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงกระแสเงินทุนที่จะทำให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งหากคำพยากรณ์เหล่านี้เป็นจริง เท่ากับว่าโลกเราในปีม้าขาวจะมีความอัจฉริยะมากขึ้น เงินทองจะผันเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอลยิ่งกว่าเดิม และผู้บริโภคจะเริ่ม 'พิมพ์สินค้า' ที่บ้านกันอย่างคึกคัก

1. มหานครอัจฉริยะ

หนึ่งในแนวโน้มชัดเจนที่จูนิเปอร์เห็นคือสาธารณูปโภคในเมืองใหญ่จะมี ความอัจฉริยะยิ่งขึ้น เนื่องจากการพัฒนาเซ็นเซอร์และแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อกับระบบคลาวด์นั้นถูก นำมาปรับใช้กับระบบขนส่งในเมืองมากกว่าเดิมในปีนี้ นอกจากระบบขนส่ง ระบบมาตรวัด บริการด้านสุขภาพ ระบบไฟส่องสว่างสาธารณะ รวมถึงระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ ล้วนจะสามารถดำเนินงานได้ชาญฉลาดกว่าเดิม

แนวโน้มการสร้างเครือข่ายเซ็นเซอร์อัจฉริยะในเมืองนั้นเห็น ได้ชัดในสหรัฐอเมริกา บริษัทชื่อ Sensity กำลังเดินหน้าสร้างเครือข่ายเซ็นเซอร์เพื่อสร้างระบบไฟถนนประหยัดพลังงานที่ สามารถบริหารทรัพยากรโลกได้ดีขึ้น จุดนี้ยักษ์ใหญ่อย่าง IBM นั้นกำลังพัฒนาเทคโนโลยีนี้เพื่อใช้ในซานฟรานซิสโก ขณะที่ Cisco กำลังเตรียมพร้อมพัฒนาเพื่อเมืองเลก โนนา ในฟลอริดา

สำหรับประเทศไทย แอปพลิเคชันเพื่อการขนส่งมวลชนนั้นเริ่มมีพัฒนาการมากขึ้นแล้วในปีที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่นแอปพลิเคชันอย่าง GRABTAXI แอปพลิเคชันสำหรับจองรถแท็กซี่นั้นเริ่มได้รับการตอบรับจากคนกรุงเทพฯ เชื่อว่าจะมีการพัฒนาที่จริงจังมากขึ้นในอนาคต

2. 'เงินมือถือ' โตทั่วโลก

ต่างชาตินั้นมีการบัญญัติศัพท์ว่า 'Mobile money' หรือระบบการชำระเงินผ่านอุปกรณ์พกพาซึ่งผู้ใช้จะสามารถใช้จ่ายเงินได้ผ่าน สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตของตัวเอง สำหรับปี 2557 ทิศทางมากมายสะท้อนว่าวงการโมบายล์มันนีจะเติบโตอย่างมากในกลุ่มประเทศกำลัง พัฒนา เนื่องจากการขยายตัวของการใช้งานโทรศัพท์มือถือทั่วไป สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต

ภูมิภาคอย่างแอฟริกาและเอเชียล้วนเป็นพื้นที่ที่จูนิเปอร์เชื่อว่า ระบบการเงินและธนาคารบนอุปกรณ์พกพาจะถูกใช้งานมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยหากมองไปที่แอฟริกา ข้อมูลระบุว่าอัตราการใช้งานโทรศัพท์มือถือในภูมิภาคนั้นทะลุ 80% ของประชากรแอฟริกาแล้ว แถมยังมีการใช้งานบริการกระเป๋าเงินโมบายล์อย่าง mPesa แล้วในวงกว้าง

3. อุปกรณ์ต้อง 'สวม' ได้

อุปกรณ์สวมใส่ได้หรือ Wearable device จะเป็นอุปกรณ์แห่งปี 2557 อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะหากมองที่ค่ายไอที แทบทุกค่ายต่างแสดงจุดยืนว่ากำลังให้ความสำคัญต่อการพัฒนาอุปกรณ์ไอที อัจฉริยะที่สวมใส่ได้

เรารู้กันว่า Google กำลังฟูมฟักแว่นอัจฉริยะ Glass พร้อมกับที่ Samsung เปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะมาเพื่อใช้กับสมาร์ทโฟนแล้ว ด้าน Apple ก็ถูกร่ำลือว่าจะเปิดตัว iWatch ในอนาคตอันใกล้ รวมถึงเทคโนโลยีอัจฉริยะสวมใส่ได้ที่กำลังเดินทัพออกมาบุกตลาดคอนซูเมอร์ อย่างเต็มที่ในปี 2557

4. แท็บเล็ตเรียนเก่ง

อีกหนึ่งแนวโน้มที่เราจะสัมผัสได้ชัดเจนในปี 2557 คือการขยายตัวของอิทธิพล iPad และแท็บเล็ตบางเฉียบในแวดวงการศึกษา จุดนี้เชื่อว่าแรงผลักดันด้านราคาที่ถูกลง และความสามารถที่เฉลียวฉลาดมากขึ้นจะทำให้แท็บเล็ตยิ่งมีเสน่ห์ต่อวงการการ ศึกษายิ่งขึ้น จุดนี้จูนิเปอร์ฟันธงว่าแท็บเล็ตจะถูกใช้ในนักเรียนและโรงเรียนทั่วโลกอย่าง แพร่หลายแทนที่คอมพิวเตอร์พีซีและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กแน่นอน

5. ฟิตดิจิตอล

อุปกรณ์ประเภท Mobile fitness device หรืออุปกรณ์ดูแลสุขภาพเคลื่อนที่คืออีกเทรนด์ที่โลกจะได้เห็นการเติบโตในปี 2557 ที่ผ่านมา กำไลตรวจวัดประวัติการนอนหลับอย่าง Jawbone Up หรือ Fitbit Flex นั้นได้รับความนิยมมากขึ้นต่อเนื่อง จุดนี้เชื่อว่าในปี 2557 อุปกรณ์ดูแลสุขภาพเคลื่อนที่เหล่านี้จะหันมาให้ความสำคัญต่อการเพิ่มความ สามารถพร้อมกับการกำหนดราคาที่ประหยัดกว่าเดิม เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ที่มีเม็ดเงินหมุนเวียน มหาศาล

6. ผู้ใช้ LTE โตเท่าตัว

ปี 2557 คือปีที่หลายประเทศวางกำหนดการพร้อมให้บริการเครือข่ายข้อมูลเคลื่อนที่ความ เร็วสูง 4G LTE อย่างเป็นทางการ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จูนิเปอร์จะเชื่อว่า LTE จะขยายตัวอย่างยิ่งใหญ่ในปีนี้ เบื้องต้นคาดว่าสมาชิกผู้ใช้บริการ 4G LTE ทั่วโลกจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเกิน 1 เท่าตัวในปี 2557

7. อุปกรณ์จะฉลาด

แม้อุปกรณ์ไอทีปัจจุบันจะเฉลียวฉลาดอยู่แล้ว แต่จูนิเปอร์เชื่อว่าปี 2557 อุปกรณ์ไอทีจะเรียนรู้ 'บริบท' มากขึ้นอย่างก้าวกระโดด ยกตัวอย่างเช่น อุปกรณ์ไอทีจะสามารถเรียนรู้ว่าเราอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไร เพื่อเสนอบริการที่เข้ากับกิจกรรมของผู้บริโภคในขณะนั้น

จูนิเปอร์ยกตัวอย่างว่า บริการอย่าง Google Now นั้นเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะเป็นบริการที่ Google ให้ความสำคัญต่อการพิจารณาบริบทหรือสภาพแวดล้อมของผู้ใช้ในขณะนั้น แล้วเสนอผลการค้นหาที่จำเป็นและทันเหตุการณ์ ทั้งหมดนี้เชื่อว่าอุปกรณ์ไอทีในอนาคตจะไม่เพียงสวมใส่ได้ และมีรูปแบบหลากหลาย แต่ยังจะมีความอัจฉริยะมากขึ้น

8. อุปกรณ์เกมใหม่ออกตัวแรง

ในต่างประเทศนั้น คอเกมพันธุ์ใหม่กำลังปลื้มกับ Ouya และอุปกรณ์เกมคอนโซลขนาดเล็กอื่นๆ ที่ได้ชื่อว่า 'microconsole' ซึ่งมีราคาเพียง 20% ของราคาคอนโซลรุ่นใหญ่อย่าง PlayStation 4 และ Xbox One จุดนี้ทำให้จูนิเปอร์เชื่อว่าตลาดคอนโซลจิ๋วจะมีพัฒนาการน่าจับตาในปีม้าขาว โดยเฉพาะในแง่ของตลาดเกมขนาดเล็กที่อาจขยายตัวคลุมตลาดเกมรุ่นใหญ่ในอนาคต

9. คลาวด์ส่วนตัวถึงจุดเดือด

หลายปีที่ผ่านมา ตลาดบริการคลาวด์สาธารณะหรือ public cloud นั้นได้รับความนิยมมากขึ้นต่อเนื่อง ผู้ใช้จำนวนมากเริ่มฝากไฟล์ไว้กับค่ายออนไลน์ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถดึง ข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แต่สำหรับปีนี้จูนิเปอร์เชื่อว่าตลาดคลาวด์ส่วนตัวหรือ private cloud ขององค์กรจะขยายตัวก้าวกระโดดหลังจากเริ่มได้รับอานิสงส์มานาน คาดว่าตลาดคลาวด์ส่วนตัวปีนี้จะร้อนแรงถึงจุดเดือดทั้งในแง่ของโซลูชันส์ใน องค์กร และอุปกรณ์สตอเรจที่รองรับระบบคลาวด์สำหรับใช้ในบ้าน

10. เครื่องพิมพ์ 3 มิติยกพล

ตลาดเครื่องพิมพ์ 3 มิติหรือ 3D printer ได้รับการยอมรับว่าเป็นตลาดที่ร้อนแรงมากในปี 2556 ที่ผ่านมา แต่เป็นการขยายตัวในแวดวงแบรนด์และผู้ใช้ในกลุ่มโลกตะวันตก จุดนี้ทำให้จูนิเปอร์เชื่อว่าตลาดเครื่องพิมพ์ 3 มิติจะเติบโตก้าวกระโดดในช่วง 12 เดือนข้างหน้า เนื่องจากแบรนด์ใหญ่อย่าง HP, Samsung และ Microsoft จะลงมาเล่นในตลาด

เรื่องนี้ บริษัทวิจัย Gartner เคยประเมินว่ายอดจัดส่งเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่มีราคาต่ำกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐจะมีมากกว่า 56,507 เครื่องในปี 2556 ที่ผ่านมา เรียกว่าเพิ่มขึ้น 49% เมื่อเทียบจากปี 2555 โดยเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่มีราคาต่ำกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 320,000 บาทนั้นถูกเรียกว่าเป็น Home 3D Printer ที่ไม่ได้ถูกใช้ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยนอกจากยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นเกือบครึ่งในปีที่ผ่านมา Gartner เชื่อว่ายอดจำหน่ายจะเพิ่มขึ้นเป็น 98,065 เครื่องในปี 2557 ก่อนจะเพิ่มอีก 2 เท่าตัวในปี 2558

คำพยากรณ์ของ Gartner นั้นไม่น่าแปลกใจ เนื่องจากธุรกิจ 3D printing นั้นเป็นธุรกิจน้องใหม่ที่ถูกคาดว่าจะมีอิทธิพลมากในอนาคต ปัจจุบันเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติทำให้มีธุรกิจอย่างการตั้งตู้ถ่ายภาพที่ลูกค้าจะได้ผลงานภาพพิมพ์ 3 มิติเป็นรูปปั้นจิ๋วที่มีใบหน้าเหมือนจริง หรือรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่ใช้ประโยชน์จากการพิมพ์แบบ 3 มิติที่เหนือกว่ากระดาษทั่วไป ที่สำคัญ ปัจจัยบวกในธุรกิจเครื่องพิมพ์ 3 มิติ กลไกราคาที่คาดว่าจะทำให้เครื่องพิมพ์มีราคาต่ำลง ขณะที่รูปแบบการสร้างสรรค์งาน 3 มิติแบบ DIY แสนสนุกในบ้านจะเริ่มมีพัฒนาการที่น่าสนใจยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้มีโอกาสสูงที่เครื่องพิมพ์ 3 มิติจะมียอดขายเกิน 100,000 เครื่องในอีก 3 ปีข้างหน้า

ทั้ง 10 เทรนด์จะเป็นจริงหรือไม่ ปี 2557 จะบอกให้เรารู้แน่นอน




Knooch C is offline   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
 

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101