View Full Version : กรณีศึกษา การใช้ Social Media ของร้าน เจ๊กเม้ง


M150
31-07-2012, 00:18
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านได้มีโอกาสไปงานสัมมนาตลาดออนไลน์ที่จัดขึ้นที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์ ตอนเช้าก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรน่าสนใจ เป็นแค่การแนะนำการขยายการตลาดไปสู่ออนไลน์ สำหรับคนที่ไม่มีความรู้ก็อาจจะใช้บริการการของ บริษัทที่โฆษณา AdWord ที่ให้ค่าโฆษณาเบื้องต้น 1,500 บาท สำหรับคยที่ได้ลงทะเบียนมาล่วงหน้า เดินไปเดินมาก็เจอแต่พนักงาน มาแนะนำขายโฆษณา AdWord พอดูรายละเอียดเข้าจริง โอ้ว..ไม่ถูกเลยนี้ 4,000 บาทขึ้นไปเลย ยังไม่รามค่าโฆษณาจาก Google อีกด้วย ก็เลย ขอบาย..ดีกว่า

พอมานั่งฟังต่อในช่วงบ่าย เริ่มจะมีอะไรที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น เพราะผู้บรรยายเป็นถึงผู้ประกอบการเองที่ใช้เครื่องมือทางออนไลน์จนทำให้ ประสบความสำเร็จขึ้นมาได้ โดยที่สามารถออกแบบการโปรโมทมและจัดทำด้วยตัวเอง หลายหลายจะรู้ว่าเขาเป็นใครและใช้เครื่องอะไร

http://board.roigoo.com/attachment.php?attachmentid=3976&stc=1&d=1343668965


เขาคือ ร้านเจ๊กเม้ง หรือ ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ็กเม้งที่โด่งดังในจังหวัดเพชรบุรี และรู้จักกันไปทั่วไทยแล้วครับ แต่ล่าสุดก็ได้ลงนิตยสาร Lonely Planet ซึ่งเป็นนิตยสารท่องเที่ยวที่โด่งดังอันดับต้นของโลก โดยไม่ได้เสียโฆษณาเลย ผู้บรรยายเล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้ เกิดจากผู้เป็นแม่ได้ ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ ที่ได้มาจากญาติที่เขาไม่ทำต่อแล้ว ก็เลยให้มาบริหารร้านต่อ ซึ่งจริงแล้วตัวผมเองก็มีธุรกิจที่ดูแลอยู่แล้ว และไม่ได้มีความรู้ความสนใจที่จะมาทำร้านก๋วยเตี๋ยวเลยแม้แต่น้อย แต่เนื่องจากที่แม่อยากทำ ก็เลยต้องมาช่วยดูแลให้ด้วย จากจุดๆนี้เอง ที่เป็นคำถามต่อไปว่า

จะทำอย่างไรให้ร้านก๋วยเตี๋ยวธรรมดา ให้มาเป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียงได้
เขาก็เลยเล่าให้ฟังต่อว่า ผมก็เริ่มต้นจากความไม่รู้ เหมือนกับหลายๆ คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำร้านก๋วยเตี๋ยวมาก่อน แต่ถ้าจะทำให้เป็นร้านที่เป็นที่รู้จักได้ ก็ต้องศึกษาให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง? จากนั้นมาเขาก็ไปศึกษาเกี่ยวกับการทำอาหารเพิ่มเติมจากหน่วยงานหลายแห่งที่ มีการจัดสอนเกี่ยวกับการทำอาหาร หลังจากที่เรียนมาแล้ว เขาก็เลยลองปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของร้านให้ดูดีขึ้น โดยการเปลี่ยนเปลี่ยนหน้าตาก๋วยเตี๋ยวให้น่ากินมากขึ้น และเปลี่ยนภาชนะให้ดูมีสีสันมากขึ้น เป็นต้น

เขาบรรยายต่อว่า ในตอนนั้นผมก็มองหาช่องทางที่จะโปรโมททางออนไลน์อยู่เหมือนกัน ซึ่งในตอนนั้น Facebook ยังไม่ได้รับความนิยมเท่านี้เลย ก็เลยมานั่งคิดกันว่าจะออกแบบการโปรโมทอย่างไรดี สิ่งแรกที่ผมทำก็คือ ถ่ายรูปคนที่มาทานอาหารที่ร้าน แล้วติดไว้ภายในร้าน ทำไปทำมา ลูกค้าที่มาทานก็เลยอยากถ่ายรูปของตัวมั้ง ก็เลยกลายเป็นสิ่งจูงใจที่ดีที่คนที่มาทานอาหารที่นี่ แล้วอยากจะถ่ายรูปตัวเองเป็นที่ระลึก โดยทางร้านก็มีมุมถ่ายรูปสวย ที่ผู้ถ่ายจะได้รูปไว้เป็นที่ระลึกแล้ว ทางร้านยังได้โปรโมทไปในตัว

สิ่งต่อไปเมื่อเริ่มมีคนรู้จักมากขึ้น เขาก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ยังได้ปรับปรุง และเพิ่มเมนูอาหารใหม่ เพื่อดึงดูดลูกค้ามากขึ้น โดยการสร้างความ แปลกใหม่ในเมนูอาหารเสมอ เช่น ผัดไทย Angry Bird , ข้าวไข่ข้น Angry Bird ที่โด่งดังจนทำขายไม่ทัน เมื่อกระแสของ Facebook เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น สิ่งแรกที่เขาก็คือ คิดกลยุทธ์เพื่อให้ลูกค้าแชร์ ส่งต่อ ลงFacebook ให้ได้มากที่สุด สิ่งหนึ่งที่เขาบรรยายแล้วทำให้สะดุดใจก็คือ ?ผมไม่สนใจยอด Like เลย เพราะว่าไม่ใช่ตัวชี้วัดที่จะเพิ่มยอดขาย เมื่อมีคนคนที่เคยใช้บริการเรา แล้วติดใจแล้วกด Like ส่งต่อ นั้นเป็นสิ่งที่มีค่ามากกว่า? สิ่งที่เขาทำเพื่อให้ลูกค้าโพสลง Facebook นั้นคือ การแลกเครื่องดื่มฟรี หรือ ของหวาน มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่า อ้าวแล้วทำไมไม่โพสลง Facebook เองละ การโพสลง Facebook ของตัวเองไม่น่าสนใจ แต่ถ้าลูกค้าที่มาทาน แล้วโพสลง Facebook ของตัวลูกค้าเอง จะเป็นการโปรโมทที่ได้ผลมากกว่า

จากจุดนี้เองที่นำไปสู่การแชร์ และส่งต่อผ่าน Facebook จากคนที่มาทานมากขึ้น จนทำให้เกิดการรับรู้ รู้จักกันอย่างรวดเร็ว โดยที่เสียแค่น้ำแค่ 10- 20 บาท เมื่อมันได้ผลที่ดี เขาก็เลยขยายการรับรู้ไปสู่ เครื่องมือ Social Media ตัวอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Intragram ,Twitter ,Flickr ,Google+ ,Youtube และอื่นๆ ตามมา โดยการติด Socila Media ตามอุปกรณ์ต่างๆ ภายในร้าน ที่คนจะเห็นและเข้าดูข้อมูลเมนูอาหารระหว่างรอ

ซึ่งปัจจุบัน ร้านเจ๊กเม้ง ได้กลายเป็นร้านอาหารที่พื้นที่ขนาดใหญ่ มีพื้นที่รองรับคนลูกค้าได้เป็นจำนวนมาก และมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันไปไกลทั่วโลกไปแล้ว เพียงแค่ใช้เครื่องมือทางออนไลน์เหล่านี้ ซึ่งเราก็รู้ว่าเครื่องมือพวกนี้มันเป็นเครื่องมือที่ฟรี เพียงรู้จักนำใช้ถูกวิธี