วันที่ 17 ตุลาคม 2554 10:56
เตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน 2558
กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประชาคมอาเซียนของไทย
ช่วงเวลาที่สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จะรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียน (เออีซี) ใกล้เข้ามาทุกขณะ ทำให้หลายฝ่ายเริ่มกังวลว่า ไทยพร้อมหรือไม่กับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกประมาณ 3 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเตรียมความพร้อมให้คนไทยในสาขาอาชีพต่างๆ เพื่อให้เราไม่พลาดโอกาสที่ดีจากการรวมตัวเป็นประชาคม และทำให้ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมดังกล่าวได้อย่างเต็มภาคภูมิ
นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงค์ศักดิ์ นักวิชาการชั้นแนวหน้าของไทย ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อการเตรียมความพร้อมของไทย สู่การเป็นประชาคมอาเซียน ในคอลัมน์เกาะติดเศรษฐกิจการเงิน นสพ. กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 27 ก.ย. ซึ่งข้อเสนอแนะต่างๆ ที่นายเกรียงศักดิ์ให้ไว้ มีคุณค่าและเป็นประโยชน์อย่างมาก สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะสำนักงานเลขาธิการอาเซียนแห่งชาติ ซึ่งรับผิดชอบงานด้านนี้โดยตรง
เพื่อให้ข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน กรมอาเซียนจึงขอเล่าความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประชาคมอาเซียนของไทย ดังนี้
การส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับอาเซียนและประชาคมอาเซียนในหมู่ประชาชน คำว่า ?ประชาคม? ตามพจนานุกรมของราชบัญฑิตยสถาน หมายถึง ชุมชน หรือกลุ่มชน ซึ่งอยู่รวมกัน และมีการติดต่อสัมพันธ์กัน นั่นหมายความว่า การจะจัดตั้งประชาคมให้สำเร็จและมีประสิทธิภาพ หัวใจสำคัญ คือ การมีส่วนร่วมของประชาชน
ดังนั้น นอกจากการส่งเสริมบทบาทไทยในเวทีอาเซียนแล้ว การส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับอาเซียนและประชาคมอาเซียนให้ประชาชนได้รับทราบ จึงเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญของกรมอาเซียน
ในรอบปีงบประมาณที่ผ่านมา กรมอาเซียนร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาลัยต่างๆ กระทรวงพานิชย์ รวมทั้งภาคเอกชน ให้ความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนแก่ ประชาชน รวมถึงเข้าร่วมการบรรยายและงานเสวนา ที่หน่วยงานราชการและองค์กรต่างๆ จัดขึ้นจำนวนกว่า 120 ครั้ง ในกรุงเทพฯ กว่า 98 ครั้ง และต่างจังหวัด 22 ครั้ง ครอบคลุมประชาชนทุกสาขาอาชีพหลายหมื่นคน
นอกจากนี้ ยังมี
กิจกรรมอาเซียนสัญจรไปบรรยายและให้ความรู้เรื่องประชาคมอาเซียน แก่หน่วยงานระดับจังหวัดและสถานศึกษาใน 5 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี มุกดาหาร นครพนม พิษณุโลก ขอนแก่น และกาญจนบุรี
อย่างไรก็ตาม กรมอาเซียนยอม รับว่า การเข้าถึงประชาชนทุกคนทั่วทั้งประเทศโดยวิธีการให้ความรู้เป็นแห่งๆ เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เนื่องด้วยอุปสรรคด้านงบประมาณและบุคลากร จึงจำเป็นต้องผลักดันการตระหนักรู้ในด้านนี้ของประชาชนในเชิงโครงสร้าง โดยถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับอาเซียนและประชาคมอาเซียน ผ่านครู อาจารย์ นักวิชาการ รวมทั้งผู้นำชุมชนท้องถิ่น เพื่อนำไปเผยแพร่ในสถาบันการศึกษาและชุมชนต่อไป
ล่าสุด กรมอาเซียนจัดการอบรมสัมมนาครูจำนวน 84 คน ในลักษณะ ?train the trainer? ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 5-8 ก.ย.
ส่วนข้อเสนอแนะของนายเกรียงศักดิ์ ในเรื่องการตั้งศูนย์ศึกษาประเทศเพื่อนบ้านให้ครบทุกประเทศในอาเซียน และการจัดตั้ง ?สำนักงานคลังสมองไทยเพื่อประชาคมอาเซียน? (Thai Think Tank for ASEAN Community) เพื่อช่วยเสริมสร้างการตระหนักรู้เรื่อง กรมอาเซียนมีการร่วมมือกับภาควิชาการ
จัดตั้งคณะกรรมการความร่วมมือด้านวิชาการเอเชียตะวันออกเมื่อปี 2550
คณะกรรมการดังกล่าวประกอบด้วยผู้แทนจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศกว่า 20 สถาบัน เพื่อเป็นเวทีส่งเสริมความร่วมมือด้านวิชาการของไทยในกรอบอาเซียน และอาเซียน+3 ซึ่งหมายถึง อาเซียนกับจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยมีเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (เอยูเอ็น) และกรมอาเซียน ร่วมเป็นฝ่ายเลขานุการ นับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดตั้งสำนักงานคลังสมองไทยเพื่อประชาคมอาเซียนในอนาคต
กระนั้นก็ดี การริเริ่มโครงการหรือผลักดันกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประชาคมอาเซียน งบประมาณเป็นอีกปัจจัยที่ต้องให้สำคัญ ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับการจัดทำงบประมาณในปี 2555-2558 แบบบูรณาการ เพื่อเตรียมความพร้อมของคนไทยเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน โดยมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน และกรมอาเซียนจะดำเนินการร่วมกับสำนักงบประมาณต่อไป